โหลว เสฺวียน
โหลว เสฺวียน | |
|---|---|
| 樓玄 | |
| หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป้องกัน (鎮禁中候 เจิ้นจิ้งจงโฮ่ว) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 270 – ? | |
| กษัตริย์ | ซุนโฮ |
| เสนาบดีพระคลัง (大司農 ต้าซือหนง) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| กษัตริย์ | ซุนโฮ |
| เจ้าเมืองห้อยเข (會稽太守 ไค่วจีไท่โฉ่ว) | |
| ดำรงตำแหน่ง ?–? | |
| กษัตริย์ | ซุนโฮ |
| นายทหารม้ามหาดเล็กกลาง (散騎中常侍 ซ่านฉีจงฉางชื่อ) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 264 หรือภายหลัง – ? | |
| กษัตริย์ | ซุนโฮ |
| ขุนนางตรวจสอบกำกับการเกษตร (監農御史 เจียนหนง-ยฺวี่ฉื่อ) | |
| ดำรงตำแหน่ง ค.ศ. 258 หรือภายหลัง – ? | |
| กษัตริย์ | ซุนฮิว |
| ข้อมูลส่วนบุคคล | |
| เกิด | ไม่ทราบ นครซู่โจว มณฑลอานฮุย |
| เสียชีวิต | ไม่ทราบ มณฑลกว่างโจว |
| บุตร | โหลว จฺวี้ (樓據) |
| อาชีพ | ขุนนาง |
| ชื่อรอง | เฉิงเซียน (承先) |
โหลว เสฺวียน (จีน: 樓玄; พินอิน: Lóu Xuán; ราว ค.ศ. 264 – คริสต์ทศวรรษ 270) ชื่อรอง เฉิงเซียน (จีน: 承先; พินอิน: Chéngxiān) เป็นขุนนางของรัฐง่อก๊กในยุคสามก๊กของจีน
ประวัติ
[แก้]โหลว เสฺวียนเป็นชาวอำเภอฉี (蘄縣 ฉีเซี่ยน) เมืองไพก๊ก (沛郡 เพ่ย์จฺวิ้น) ซึ่งอยู่บริเวณนครซู่โจว (宿州) มณฑลอานฮุยในปัจจุบัน[1] โหลว เสฺวียนรับราชการในตำแหน่งขุนนางตรวจสอบกำกับการเกษตร (監農御史 เจียนหนง-ยฺวี่ฉื่อ) ในรัชสมัยของซุนฮิวจักรพรรดิลำดับที่ 3 ของรัฐง่อก๊ก[2]
หลังซุนโฮทรงขึ้นครองราชย์เมื่อ ค.ศ. 264 พระองค์ทรงแต่งตั้งโหลว เสฺวียนเป็นนายทหารม้ามหาดเล็กกลาง (散騎中常侍 ซ่านฉีจงฉางชื่อ) รวมกับหวาง ฝาน (王蕃), กัว ชัว (郭逴) และบั้นเฮ็ก (萬彧 ว่าน ยฺวี่) ภายหลังโหลว เสฺวียนได้เลื่อนขึ้นมามีตำแหน่งเป็นเจ้าเมือง (太守 ไท่โฉ่ว) ของเมืองห้อยเข (會稽郡 ไคว่จีจฺวิ้น) ภายหลังได้เป็นเสนาบดีพระคลัง (大司農 ต้าซือหนง)[3] และยังได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ป้องกัน (鎮禁中候 เจิ้นจิ้งจงโฮ่ว) เมื่อ ค.ศ. 270 รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยภายในพระราชวัง[4]
โหลว เสฺวียนเป็นที่รู้จักในฐานะผู้มีความยุติธรรม พูดตรงไปตรงมา และวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมที่โหดร้ายของซุนโฮ[5] ภายหลังจากมีบางคนที่กล่าวหาโหลว เสฺวียนและเหอ เช่า (賀邵) ในข้อหาที่วิจารณ์นโยบายของซุนโฮ ซุนโฮกริ้วจัดจึงปลดโหลว เสฺวียนจากตำแหน่งและเนรเทศไปอยู่มณฑลกว่างโจว (廣州; ครอบคลุมพื้นที่ของมณฑลกวางตุ้งและเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงในปัจจุบัน) อันห่างไกล[6] หลังจากขุนนางหอกหยก (華覈 หฺวา เหอ) พูดแก้ต่างให้โหลว เสฺวียน[7] ซุนโฮก็ทรงเปลี่ยนพระทัยและให้เนรเทศโหลว เสฺวียนและโหลว จฺวี้ (樓據) บุตรชายให้ไปอยู่เมืองเกาจี (交趾 เจียวจื่อ) ซึ่งอยู่ห่างไกลมากกว่าเดิม
ซุนโฮลอบมีพระราชโองการถึงจาง อี้ (張弈) นายทหารผู้ประจำการอยู่ในเมืองเกาจีให้สังหารโหลว เสฺวียน แต่จาง อี้ไม่อาจข่มใจตนให้สังหารโหลว เสฺวียนได้หลังเห็นวีรกรรมของโหลว เสฺวียนในการทำศึกปราบกลุ่มโจร หลังจาง อี้เสียชีวิต โหลว เสฺวียนรวบรวมข้าวของของจาง อี้และพบพระราชโองกางลับที่จาง อี้ได้รับจากซุนโฮ โหลว เสฺวียนจึงตระหนักรู้ว่าจาง อี้ขัดพระราชโองการของจักรพรรดิและปล่อยให้ตัวโหลว เสฺวียนมีชีวิต โหลว เสฺวียนจึงฆ่าตัวตาย[8][9]
ในนวนิยายสามก๊ก
[แก้]ในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก (三國演義 ซานกั๋วเหยี่ยนอี้) ในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ตอนที่ 120 โหลว เสฺวียนรวมถึงบั้นเฮ็ก (萬彧 ว่าน ยฺวี่) และหลิว ผิง (留平) ถูกจักรพรรดิซุนโฮสั่งประหารชีวิตเพราะทั้งสามทูลทัดทานเรื่องการกระทำที่โหดร้ายของพระองค์[10][a]
ดูเพิ่ม
[แก้]หมายเหตุ
[แก้]- ↑ เรื่องราวที่ซุนโฮทรงสั่งประหารชีวิตบั้นเฮ็ก, หลิว ผิง และโหลว เสฺวียนไม่ปรากฏในสามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน)
อ้างอิง
[แก้]- ↑ (樓玄字承先,沛郡蘄人也。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (孫休時為監農御史。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (孫皓即位,與王蕃、郭逴、萬彧俱為散騎中常侍,出為會稽太守,入為大司農。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (舊禁中主者自用親近人作之,彧陳親密近職宜用好人,皓因敕有司,求忠清之士,以應其選,遂用玄為宮下鎮禁中候,主殿中事。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (玄從九卿持刀侍衛,正身率眾,奉法而行,應對切直,數迕皓意,漸見責怒。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (後人誣白玄與賀邵相逢,駐共耳語大笑,謗訕政事,遂被詔詰責,送付廣州。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (東觀令華核上疏曰:臣竊以治國之體,其猶治家。主田野者,皆宜良信。又宜得一人總其條目,為作維綱,眾事乃理。《論語》曰:『無為而治者其舜也與!恭己正南面而己。』言所任得其人,放優遊而自逸也。今海內未定,天下多事,事無大小,皆當關聞,動經御坐,勞損聖慮。陛下既垂意博古,綜極藝文,加勤心好道,隨節致氣,宜得閑靜以展神思,呼翕清淳,與天同極。臣夙夜思惟,諸吏之中,任干之事,足委丈者,無勝於樓玄。玄清忠奉公,冠冕當世,眾服其操,無與爭先。失清者則心平而意直,忠者惟正道而履之,如玄之性,終始可保,乞陛下赦玄前愆,使得自新,擢之宰司,責其後效。使為官擇人,隨才授任,則舜之恭己,近亦可得。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (皓話玄名聲,復徙玄及子據,付交阯將張奕,使以戰自效,陰別敕奕令殺之。據到交阯,病死。玄一身隨亦討賊,持刀步涉,見亦輒拜,亦未忍殺。會亦暴卒,玄殯斂亦,於器中見敕書,還便自殺。) สามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (皓遣將張奕追賜玄鴆,奕以玄賢者,不忍即宣詔致藥,玄陰知之,謂奕曰:「當早告玄,玄何惜邪?」即服藥死。) อรรถาธิบายจากเจียงเปี่ยวจฺว้านในสามก๊กจี่ เล่มที่ 65.
- ↑ (丞相萬彧、將軍留平、大司農樓玄三人見皓無道,直言苦諫,皆被所殺。) สามก๊ก ตอนที่ 120.)
บรรณานุกรม
[แก้]- ตันซิ่ว (คริสต์ศตวรรษที่ 3). สามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อ).
- เผย์ ซงจือ (คริสต์ศตวรรษที่ 5). อรรถาธิบายสามก๊กจี่ (ซานกั๋วจื้อจู้).
- ล่อกวนตง (คริสต์ศตวรรษที่ 14). สามก๊ก (ซานกั๋วเหยี่ยนอี้), ตอนที่ 120.