ข้ามไปเนื้อหา

ราชวงศ์ฮัสโมน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ฮัสโมน
חַשְׁמוֹנָאִים; בֵּית חַשְׁמוֹנָאִי
ราชวงศ์
เหรียญกษาปณ์สมัยแอนทิกะนัสที่ 2 มัตตาทิยาท กษัตริย์ราชวงศ์ฮัสโมนองค์สุดท้าย
ตระกูลบรรพบุรุษJehoiarib
ประเทศยูดาห์
ก่อตั้ง167 ปีก่อนคริสตกาล
ต้นตระกูลมัทธาธีอัส (ปฐมวงศ์)
ซีโมน ธัสซี (ผู้ปกครองคนแรก)
ผู้ปกครองคนสุดท้ายแอนทิกะนัสที่ 2 มัตตาทิยาท
สถานที่พำนักเยรูซาเลม
สถานที่พำนักในอดีตโมดีอิน
ตำแหน่งมหาปุโรหิต
เอธนาร์ค/กษัตริย์แห่งยูดา
ตระกูลที่เกี่ยวข้องราชวงศ์เฮโรด
สิ้นสุด37 ปีก่อนคริสตศักราช

ราชวงศ์ฮัสโมน (ฮีบรู: חַשְׁמוֹנָאִים, กรีก: Ασμοναϊκή δυναστεία, อังกฤษ: Hasmonean dynasty) คือราชวงศ์ผู้ปกครองชาวยิวในแผ่นดินยูเดีย (Judea) ในช่วง 140–37 ก่อนคริสตกาล ถือเป็นยุคสมัยที่มีความสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเดียวในยุคเฮลเลนิสติกที่ชาวยิวสามารถกอบกู้อิสรภาพและสถาปนารัฐเอกราชของตนเองได้สำเร็จ หลังตกอยู่ภายใต้การปกครองของมหาอำนาจต่างชาตินานหลายศตวรรษ

การสถาปนา

[แก้]

ในช่วง 167 ก่อนคริสตกาล เมื่อกษัตริย์แอนติโอคุสที่ 4 เอพิฟาเนส (Antiochus IV Epiphanes) แห่งจักรวรรดิซิลูซิด พยายามใช้นโยบาย "กรีกนิวัต" (Hellenization) อย่างเบ็ดเสร็จ พระองค์ออกสั่งห้ามการปฏิบัติศาสนกิจตามกฎโมเสส ทั้งการเข้าสุหนัต การรักษาประเพณีสะบาโต และที่รุนแรงที่สุดคือการตั้งแท่นบูชาเทพอะพอลโลและซูส พร้อมสังเวยสุกรซึ่งเป็นสัตว์ต้องห้ามภายในพระวิหารแห่งเยรูซาเลม[1] เหตุการณ์ลบหลู่ดังกล่าวก่อให้เกิดแรงต้านอย่างมหาศาล ปุโรหิตชาวยิวนามว่ามัทธาธีอัส พร้อมด้วยบุตรชายทั้งห้าคน ปฏิเสธการเซ่นไหว้เทพเจ้ากรีกและก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำการต่อสู้แบบกองโจร นำโดยยูดาสมัคคาบี ผู้ได้รับฉายาว่า "ขวานเหล็ก" จากความเชี่ยวชาญด้านยุทธวิธี การยุทธ์กองโจรซุ่มยิงและการอาศัยความชำนาญในภูมิประเทศทำให้กองทัพยิวสามารถเอาชนะกองทัพซิลูซิดที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก จนสามารถกอบกู้และชำระคืนความบริสุทธิ์ให้แก่พระวิหารในเยรูซาเลมได้สำเร็จในปี 164 ก่อนคริสตกาล เหตุการณ์สำคัญนี้ต่อมาได้รับการรำลึกในชื่อเรียกว่าฮานุกกะห์

หลังจากยูดาสมัคคาบีและพี่น้องสิ้นชีวิตในการรบ ซีโมน ธัสซี บุตรชายคนสุดท้ายของมัทธาธีอัส ได้ใช้ความฉลาดเจรจาตัดขาดพันธะการจ่ายภาษีแก่จักรวรรดิซิลูซิด ต่อมาในปี 140 ก่อนคริสตกาล สภาชาวยิวจึงแต่งตั้งซีโมนให้ดำรงตำแหน่งมหาปุโรหิต ผู้นำกองทัพ และผู้ปกครองสืบสายเลือดอย่างเป็นทางการ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของราชวงศ์ฮัสโมนอย่างเป็นรูปธรรม[2]

การขยายดินแดนและควบรวบอำนาจ

[แก้]

ยุคทองของราชวงศ์ฮัสโมนเกิดขึ้นในสมัยของ ยอห์น ไฮร์คานุส และอเล็กซันเดอร์ เยโฮนาทัน ในช่วงเวลานี้ อาณาจักรมียุทธศาสตร์ทางการทหารที่เข้มแข็งจนสามารถขยายดินแดนครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่ ตั้งแต่สะมาเรีย การิลี ไปจนถึงอิดูเมีย ขอบเขตอิทธิพลใกล้เคียงกับอาณาจักรของกษัตริย์ดาวิดและซาโลมอนในอดีต นอกจากนี้ ไฮร์คานุสยังเป็นผู้นำคนแรกที่ผลิตเหรียญกษาปณ์จารึกข้อความภาษาฮีบรู เพื่อประกาศอธิปไตยทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเด่นชัด แต่ความสำเร็จทางการทหารกลับแลกมาด้วยรอยร้าวในโครงสร้างสังคม การที่ผู้ปกครองฮัสโมนควบตำแหน่งทั้ง "มหาปุโรหิต" (ผู้นำทางศาสนา) และ "กษัตริย์" (ผู้นำฝ่ายการเมือง) ได้ละเมิดหลักการดั้งเดิมของศาสนายูดาห์ ซึ่งแยกวงศ์ปุโรหิตที่สืบเชื้อสายจากอาโรน ออกจากวงศ์กษัตริย์ที่สืบเชื้อสายจากดาวิด

ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างนี้ก่อให้เกิดการแบ่งฝ่ายอย่างรุนแรงระหว่างสองกลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มฟาริสี: ชนชั้นปัญญาชนและประชาชนส่วนใหญ่ที่ยึดมั่นในธรรมบัญญัติ คัดค้านการควบรวมอำนาจและการแทรกซึมของวัฒนธรรมกรีก
  • กลุ่มซัดดูสี: ชนชั้นสูง ปุโรหิต และขุนนาง ซึ่งสนับสนุนราชวงศ์ฮัสโมนและเปิดรับวัฒนธรรมกรีกในบางมิติ

โยเซพุส นักประวัติศาสตร์ชาวยิว บันทึกไว้ว่า ความขัดแย้งระหว่างสองกลุ่มนี้รุนแรงถึงขั้นเกิดสงครามกลางเมืองในรัชสมัยของอเล็กซันเดอร์ เยโฮนาทัน ส่งผลให้มีชาวยิวถูกสังหารนับพันคน และทำให้สถาบันกษัตริย์ฮัสโมนเริ่มแปลกแยกจากความศรัทธาดั้งเดิมของประชาชน[3]

การล่มสลาย

[แก้]

หลังการสิ้นพระชนม์ของพระนางเจ้าซาโลเม อเล็กซานดรา พระเชษฐภคินีผู้ปกครองด้วยความสงบ สงครามกลางเมืองได้ปะทุขึ้นอีกครั้งระหว่างบุตรชายทั้งสองคน คือไฮร์คานุสที่ 2 ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มฟาริสี และอริสโตบูลัสที่ 2 ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มซัดดูสี การต่อสู้ที่ไม่รู้จักจบสิ้นเปิดโอกาสให้มหาอำนาจใหม่อย่างจักรวรรดิโรมันเข้ามามีบทบาท ในปี 63 ก่อนคริสตกาล แม่ทัพปอมปีย์ได้นำกองทัพโรมันเข้าปิดล้อมและยึดครองเยรูซาเลม ปอมปีย์ยังได้บุกเข้าไปถึงภายใน "อภิสุทธิสถาน" ในพระวิหาร ซึ่งสร้างความสะเทือนใจแก่ชาวยิวอย่างยิ่ง การแทรกแซงนี้ลดสถานะของยูเดียจากประเทศราชลงเหลือเพียงรัฐบริวารของโรมัน ท้ายที่สุด ในปี 37 ก่อนคริสตกาล โรมันได้แต่งตั้งข้าราชการนามว่าเฮโรด ให้ขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งยูเดีย พระเจ้าเฮโรดสั่งประหารชีวิตสมาชิกสายเลือดฮัสโมนคนสุดท้าย ปิดฉากการปกครอง 103 ปีของราชวงศ์ฮัสโมน

อ้างอิง

[แก้]
  1. ↑ 1 Maccabees. (c. 100 BC). In The Deuterocanonical Books of the Old Testament.
  2. ↑ Encyclopaedia Britannica. (2024). Hasmonean dynasty. Encyclopædia Britannica, Inc. Retrieved from Britannica.com.
  3. ↑ Josephus, F. (c. 93 AD). Antiquities of the Jews (Books XII–XIV). Translated by William Whiston.